ลักษณะของมิตรเทียม (ทั้งหมด! ไม่มีนอกเหนือจากนี้)

(1/1)

TeNoR:
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 84

ข้อความบางตอนจากสิงคาลกสุตรกถาว่าด้วยมิตรเทียม

     [๑๘๖] ดูก่อนคฤหบดีบุตร    คน   ๔   จำพวกเหล่านี้    คือ

คนปอกลอก  ๑

คนดีแต่พูด ๑

คนหัวประจบ  ๑

คนชักชวนในทางฉิบหาย ๑

      ท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร   เป็นแต่คนเทียมมิตร.

      [๑๘๗] ดูก่อนคฤหบดีบุตร คนปอกลอกท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตรโดยสถาน   ๔   คือ

เป็นคนติดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว   ๑

เสียให้น้อยคิดเอาให้ได้มาก  ๑

ไม่รับทำกิจของเพื่อนในคราวมีภัย  ๑

คบเพื่อนเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตัว   ๑.

       คฤหบดีบุตร    คนปอกลอกท่าน พึงทราบว่าไม่ใช่มิตร    เป็นแต่คนเทียมมิตร    โดยสถาน  ๔  เหล่านี้แล.

       [๑๘๘] ดูก่อนคฤหบดีบุตร คนดีแต่พูด ท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร  แต่เป็นคนเทียมมิตร  โดยสถาน  ๔  คือ

เก็บเอาของล่วงแล้วมาปราศรัย  ๑

อ้างเอาของที่ยังไม่มาถึงมาปราศรัย  ๑

สงเคราะห์ด้วยสิ่งหาประโยชน์มิได้ ๑

เมื่อกิจเกิดขึ้นแสดงความขัดข้อง  ( ออกปากพึ่งมิได้ ) ๑.

       ดูก่อนคฤหบดีบุตร  คนดีแต่พูดท่านพึงทราบว่า  ไม่ใช่มิตร   เป็นแต่คนเทียมมิตร      โดยสถาน ๔   เหล่านี้แล.

       [๑๘๙] ดูก่อนคฤหบดีบุตร   คนหัวประจบ    ท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร  เป็นแต่คนเทียมมิตร  โดยสถาน  ๔  คือ

ตามใจเพื่อน  ให้ทำความชั่ว (จะทำชั่วก็คล้อยตาม)  ๑

ตามใจเพื่อน  ให้ทำความดี (จะทำดีก็คล้อยตาม)  ๑

ต่อหน้าก็สรรเสริญ  ๑

ลับหลังนินทา ๑.

        ดูก่อนคฤหบดีบุตร  คนหัวประจบ ท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร  เป็นแต่คนเทียมมิตร  โดยสถาน  ๔  เหล่านี้แล.

        [๑๙๐] ดูก่อนคฤหบดีบุตร    คนชักชวนในทางฉิบหาย    ท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร   เป็นแต่คนเทียมมิตร  โดยสถาน ๔  คือ

ชักชวนให้ดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ๑

ชักชวนให้เที่ยวตามตรอกต่างๆ  ในเวลากลางคืน ๑

ชักชวนให้ดูการมหรสพ  ๑

ชักชวนให้เล่นการพนัน    อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท  ๑

        ดูก่อนคฤหบดีบุตร คนชักชวนในทางฉิบหาย ท่านพึงทราบว่า  ไม่ใช่มิตร   เป็นแต่คนเทียมมิตร โดยสถาน  ๔  เหล่านี้แล.

        พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดา     ครั้นตรัสไวยากรณภาษิตนี้แล้ว  จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า

        [๑๙๑]   บัณฑิตผู้รู้แจ้งมิตร  ๔  จำพวกเหล่านี้   คือ มิตรปอกลอก  ๑    มิตรดีแต่พูด  ๑     มิตรหัวประจบ  ๑  มิตรชักชวนในทางฉิบหาย ๑   ว่าไม่ใช่มิตรแท้   พึงเว้นเสียให้ห่างไกล   เหมือนคนเดินทาง  เว้นทางที่มีภัยเฉพาะหน้า    ฉะนั้น

                                            ฯลฯ


TeNoR:
น้องๆ หลายคน อ่านแล้ว ถ้าลองนึกตามดู

อาจจะตกใจ ว่า รอบตัวเรา มีคนเหล่านี้ เต็มเลย!!! (อาจรวมถึง ตัวเราเองด้วย)

หากตัวเราเอง มีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หรือมากกว่า เหมือนข้างบน พึงกลับตัวกลับใจเสียใหม่ ละเว้นเสีย

ส่วนเพื่อนๆ ของเรา ที่มีลักษณะเหมือนข้างต้น เรายังคบหาได้ พูดคุยได้ ให้การช่วยเหลือได้ แต่อย่าสมาคม!!!

Explicit:
ถ้า ให้เลือกคบ เพื่อน ที่ไม่มี ข้อใดข้อหนึ่ง ในนั้น ผมมั่นใจว่า ไม่มีเพื่อน ให้คบ แน่นอน

TeNoR:
อ้างจาก: Explicit ที่  03 กุมภาพันธ์ 2009, 11:35:13 PM

ถ้า ให้เลือกคบ เพื่อน ที่ไม่มี ข้อใดข้อหนึ่ง ในนั้น ผมมั่นใจว่า ไม่มีเพื่อน ให้คบ แน่นอน


เห็นด้วยครับ

แม้แต่ตัวพี่เอง ยังมีบางข้อในนั้น ติดพ่วงกับตัวอยู่เลย

ศีลธรรมของคนเราสมัยนี้ตกต่ำลงมามากกว่าสมัยก่อนเยอะครับ

อะไรหลายๆอย่าง ในอดีต ความจริงแล้วมันเป็นสิ่งที่ผิด แต่กาลเวลาในปัจจุบันดันบอกว่า เรามีสิทธิที่จะทำ อะไรประมาณนี้

เราจึงควรศึกษาพระธรรมไว้ให้มาก แล้วพิจารณาไตร่ตรองถึงหลักธรรมนั้นๆ ให้เข้าใจเห็นจริง ตามสภาพความเป็นจริง ไม่มีอารมณ์หรือสิ่งใดๆ มาปรุงแต่ง

เพราะความถูกต้องที่แท้จริงนั้น กาลเวลาไม่มีทางเปลี่ยนได้
แต่สิ่งผิดๆ ที่กลายเป็นถูก เพราะมีคนส่วนที่ได้ประโยชน์จากสิ่งผิดๆ นั้นๆ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ