หอยทากชรามาเล่าเรื่องหอยทาก

(1/3) > >>

ac5:
หอยทาก     
                ถ้าเอ่ยถึงคำว่า “หอย” กันแล้วล่ะก็ กระผมว่าท่าน ๆ ทั้งหลายส่วนใหญ่ก็คงจะนึกถึงหอยทะเลที่เปลือกสวยงามซะส่วนใหญ่กระมัง แต่จักมีสักกี่คนเล่าที่รู้ว่ารอบ ๆ ตัวเรานี่ก็มีหอยที่มีเรื่องราวน่าสนใจน้อยอยู่เช่นกัน หอยกลุ่มนั้น คือ “หอยทากบก” หลายท่านอาจจะสงสัยว่า หอยทากบกคืออะไร งั้นเรามาทำความรู้จักกับหอยทากบกกันก่อนดีกว่าขอรับ
     หอยทากบก เป็นหอยฝาเดียวที่มีวิวัฒนาการขึ้นมาอาศัยบนบก เมื่อประมาณ 400 ล้านปีก่อน โดยมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายทั้งด้านสัณฐานวิทยาและสรีรวิทยา ให้มีความเหมาะสมกับการดำรงชีพบนบก อาทิเช่น การใช้ปอดหายใจแทนเหงือก มีการพัฒนาระบบต่าง ๆ เช่น ระบบรับความรู้สึก ระบบสืบพันธุ์ให้มีความซับซ้อนมากขึ้นกว่ากลุ่มหอยทะเลซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกมัน ในด้านของความหลากหลายชนิด หอยทากบกเองก็มีความหลากหลายไม่น้อยไปกว่าแมลง อาจจะกล่าวได้ว่ามีมากเป็นอันดับสองรองจากแมลงเลยทีเดียวขอรับ เราสามารถพบหอยทากบกได้แทบทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นตามพื้นดิน ภูเขา บนต้นไม้ในป่า หรือแม้กระทั่งในถ้ำที่มืดมิด ซึ่งถ้าอยากเห็นจริง ๆ ก็ต้องใช้ไฟฉายหรือคบเพลิงช่วย ไม่งั้นไม่มีทางได้เห็นขอรับ สัตว์กลุ่มนี้จัดได้ว่ามีความสำคัญมากกลุ่มหนึ่งในระบบนิเวศ โดยเป็นทั้งอาหารให้กับสัตว์อื่น เช่น นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม และเป็นทั้งผู้บริโภคสิ่งมีชีวิตอื่น เช่น ไลเคน ใบไม้สด หรือแม้กระทั่งสัตว์ขนาดเล็ก เช่น ตัวอ่อนแมลง ไส้เดือนตัวเล็ก ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ในทางด้านการแพทย์ ยังพบว่าหอยทากบกหลายชนิดเป็นพาหะตัวกลาง (intermediate host) ให้กับพยาธิตัวกลมที่ให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จากอดีตถึงปัจจุบัน มีท่านใดทราบหรือไม่ขอรับว่า ประเทศไทยของเรามีหอยทากสักกี่ชนิด ลองทายกันดู 50 ชนิด ยังไม่ถูกขอรับ 200 ฤา ยังมิใช่ขอรับ กระผมขอเฉลยดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลาท่าน ๆ ทั้งหลาย สำหรับประเทศไทยมีรายงานว่า มีหอยทากบกมากกว่า 600 ชนิด ซึ่งมีทั้งที่เป็นชนิดพันธุ์พื้นถิ่น (native species) และชนิดพันธุ์ต่างถิ่น (exotic species) เช่น หอยทากยักษ์อัฟริกัน (Achatina fulica) ซึ่งถูกนำเข้ามาตั้งแต่สมัยสงครามโลก หรือหอยข้าวสาร (Lamellaxis gracilis) ซึ่งถูกนำเข้ามาจากโพลีนีเซีย (Polynesia) โดยการนำเข้าไม้ดอกไม้ประดับที่มีไข่หอยชนิดนี้เข้ามา ในปัจจุบัน หอยทากบกหลายชนิดกำลังกลายเป็นศัตรูพืชในแปลงผัก สวนดอกไม้ บ่อยครั้งที่เกษตรกรต้องประสบปัญหาจากการทำลายของหอยทากบกกลุ่มนี้ที่เช้ากัดกินกล้าไม้ที่เพาะเลี้ยงไว้ มีเรื่องเล่ากันว่า เกษตรกรในประเทศ..... ต้องประสบปัญหากับกองทัพหอยทากที่บุกเข้ามาในบ้านแล้วกัดกินเอกสารต่าง ๆ ในบ้านเสียหายไปมิน้อย อืม... อย่าได้ดูเบาเจ้าหอยพวกนี้เชียว แต่ใช่ว่าหอยทากบกจะมีแต่โทษ ในปัจจุบันได้มีการศึกษาถึงการใช้ประโยชน์จากหอยทากบกในด้านต่าง ๆ เช่น การสกัดสารบางชนิดจากทากหิน (Onchidium spp.) เพื่อใช้เป็นตัวตรวจชี้เซลล์มะเร็ง หรือการเพาะเลี้ยงหอยทากบกเพื่อเป็นอาหาร ในพื้นที่ที่ขาดแคลนอาหารประเภทโปรตีน เป็นต้น

ac5:
แอบ.......หอยทาก
                ถ้าท่านได้หอยทากเป็น ๆ มาหนึ่งตัวท่านจะทราบได้อย่างไรว่าหอยที่ท่านเก็บได้นี่ตัวผู้หรือตัวเมีย คำตอบคือ ท่านไม่มีทางทราบได้ เพราะว่าหอยทากบกเป็นสัตว์ที่มีเพศรวม (Hermaphrodite) หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นกระเทย กล่าวคือมีระบบสืบพันธุ์ทั้งสองเพศอยู่ในตัวเดียวกัน เมื่อจะผสมพันธุ์จะเป็นการผสมข้ามตัว (cross-fertilization) โดยรูปแบบพฤติกรรมในการผสมพันธุ์นั้นก็จะแตกต่างกันออกไป หอยทากบกบางกลุ่มสร้างแท่งหินปูนที่ปลายเรียวแหลมดูแล้วคล้าย ๆ กับ ลูกศรที่นายพรานใช้ล่าสัตว์ เรียกว่า ศรกามเทพ (love dart) ว่ากันว่า เจ้าศรกามเทพนี่ อาจจะมีฮอร์โมนหรือสารเคมีบางประการที่กระตุ้นให้คู่ผสมพันธุ์ของมันต่างฝ่ายต่างเกิดอารมณ์และพร้อมจะรับการผสมพันธุ์เคลือบอยู่ เมื่อจะผสมพันธุ์ หอยทากบกจะมีพฤติกรรมเกี้ยวพาราสีกันก่อน โดยเริ่มจากหอยสองตัวเคลื่อนเข้าหากัน แล้วใช้หนวดไปแตะเนื้อต้องตัวอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบานุ่มนวล จากนั้นก็จะเคลื่อนเข้าใกล้กันอีก แล้วก็ทำกิริยาเหมือนดั่งจูบกัน อย่างนี้เป็นระยะ ๆ จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งแต่ละตัวก็จะยิงศรกามเทพ เข้าไปปักยังร่างกายของอีกฝ่ายหนึ่งทันที จากนั้นหอยทั้งสองตัวก็จะค่อย ๆ คืบคลานเข้าหากัน จากนั้นก็จะสอดใส่อวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้ หรือถ้าให้เรียกง่าย ๆ เข้าไปในรูเปิดอวัยวะสืบพันธุ์เพศเมียของอีกตัวนึง จากนั้นก็ปล่อยน้ำเชื้อเข้าร่างกายของอีกฝ่ายหนึ่ง  และรอผสมกับไข่ต่อไป แต่ใช่ว่าหอยทากทุกชนิดจะมีศรกามเทพเสมอไป หอยทากบางกลุ่มก็ไม่มีศรกามเทพ แต่ก็มีรูปแบบการผสมพันธุ์ที่คล้ายคลึงกัน เพียงแต่อาจจะไม่มีการยิงศรรักออกไปเท่านั้น แต่เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการผสมพันธุ์แล้ว ต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันออกไปหากินและวางไข่ต่อไป ซึ่งอาจจะขุดดินแล้วไข่ลงไป หรืออาจจะวางไข่ตามใต้ใบไม้ก็ได้ เมื่อสภาวะเหมาะสม ไข่ก็จะฟักออกเป็นลูกหอยตัวน้อย ๆ ที่พร้อมจะเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยต่อไป

ac5:
เมนูหอยทาก
                หอยทากบกหลายชนิดก็ขึ้นตำรับอาหารอันโอชะสำหรับมนุษย์มาตั้งแต่โบราณกาล เท่าที่มีเอกสารให้สืบค้น พบว่า หอยทากบกเริ่มเป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ในยุคของการล่าอาณานิคม หอยทากบกที่คนยุโรปนิยมบริโภค มีหลายชนิด แต่มักเรียกโดยรวมว่า เอสคาร์โกท์ (escargot) เช่น Helix pomatia, Placostylus palmarum  เป็นต้น หอยเหล่านี้อย่าได้ดูเบาเชียว ถึงขั้นขึ้นเหลาเมืองนอกเจียวนะขอรับ เท่าที่ทราบแต่ไม่เคยกินก็มีเอามาอบซอสเนยกระเทียม เรานี่ก็แปลกนะขอรับ พอไม่หิวนี่หอยทากก็เป็นหอยทาก แต่ถ้าหิวล่ะก็เป็น escargot ซะงั้น อืม... น่าคิด

สำหรับประเทศไทยเอง ก็มีหอยทากบกหลายชนิดที่มีการนำมาบริโภคเป็นอาหาร เช่น หอยเดื่อ (Hemiplecta distincta) หอยหอม (Cyclophorus spp.) เป็นต้น หอยเหล่านี้จัดเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีสำหรับชาวบ้านพื้นถิ่นเชียวขอรับ ด้วยว่าหาได้ง่ายตามท้องถิ่น วิธีการกินส่วนใหญ่ก็นำมาจี่ไฟ แล้วก็ทำการปรุงรส อาจจะทำเป็นลาบ และอื่น ๆ เท่าที่กระผมได้ประสบพบเห็น ก็ที่จังหวัดสระแก้วมีการนำเอาหอยหอมเล็ก (Cyclophorus volvulus) มาปรุงเป็นอาหาร เท่าที่เห็นก็มีการนำมาต้มจิ้มน้ำจิ้ม หรือไม่ก็นำมาทำเป็นยำหอยหอมรสแซบ เข้าขั้นเป็นของมีชื่อของที่นั่นเชียว แถมได้ข่าวแว่วมาจากวงในว่าจะมีการจัดให้เป็นเทศกาลกินหอยหอมด้วย แต่ว่าเมื่อใดนั้นมิทราบได้ ผู้ที่สนใจอยากลองชิมว่าอร่อยเพียงใดคงต้องติดตามกันต่อไปขอรับ แต่ก็อยากบอกกล่าวเล่าขานสักนิดนึงว่า ถ้าอยากจะลิ้มลองรสชาติของหอยเหล่านี้ จุ่งทำให้สุกดีเสียก่อน ด้วยว่าหอยหลายชนิดเป็นพาหะตัวกลางของพยาธิ กันไว้ดีกว่าแก้ขอรับ อ้อลืมบอกไปว่า พวกหอยหอมนั้นเป็นหอยทากที่ยังใช้เหงือกในการแลกเปลี่ยนก๊าซอยู่ขอรับ พวกนี้ยังมีฝาปิดเปลือกเหมือนพวกหอยน้ำจืดหรือหอยทะเล แต่วิวัฒนาการตัวเองขึ้นมาอาศัยบนบก เราเลยเรียกหอยกลุ่มนี้ว่า land operated snails จัดว่ามีวิวัฒนาการต่ำกว่าพวกหอยทากบกมีปอด (land pulmonate snails) ขอรับ :a04:

ac5:
หอยทาก : ความงามนอกสายตา
                ถ้าพูดถึงความสวยงามของเปลือกหอยแล้วล่ะก็ หลายท่านก็คงนึกถึงหอยทะเลเป็นส่วนใหญ่ แต่จะมีสักกี่คนเล่าที่ทราบว่าหอยทากบกเองก็มีความงดงามที่หลากหลายและหลายหลากไม่แพ้หอยทะเล ที่ขึ้นชื่อลือชาในวงการนักสะสมคงไม่พ้นหอยมรกต (Papustyla pulcherrima) จากปาร์ปัวนิวกินี เจ้าหอยชนิดนี้จัดว่าเป็นเปลือกหอยที่สวยที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง ด้วยว่าเปลือกสีเขียวนั้น ในวงการคนเล่นเปลือกหอยเขาว่ากันว่า หายาก และมันก็สวยจริง ๆ ขอรับ เพราะความสวยดังกล่าวจึงทำให้มันเป็นที่ต้องการของนักสะสมเป็นอย่างมาก เหล่าพ่อค้าจึงจ้างชาวบ้านในพื้นที่เก็บเปลือกมาขาย แต่ชาวบ้านกลับทำการโค่นต้นไม้เพื่อล่าเจ้าหอยชนิดนี้ ประมาณว่าต้นหนึ่งมีกี่ตัวข้าเอาหมด แถมตัดทีก็เล่นกันป่าหายเป็นแถบ ๆ เมื่อได้มาก็ฆ่าแล้วนำเปลือกมาขายให้กับพ่อค้าคนกลางซึ่งให้ราคาดี  ในปัจจุบันหอยชนิดนี้จึงอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง

หอยทากอีกชนิดหนึ่งที่ถือว่ามีความงามไม่แพ้หอยมรกต คือหอยสายรุ้ง (Liguuus spp.) หอยกลุ่มนี้มีเปลือกที่มีสีสันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสีส้ม สีเหลือง สีฟ้า ฯลฯ  คาดวนรอบเปลือก ดูเผิน ๆ คล้ายกับเปลือกหอยทำด้วยเซรามิกส์อย่างไรอย่างนั้นขอรับ

หอยทากตัวต่อมาที่จะขอนำเสนอคือหอยลูกกวาด (Candy Snails : Polymita sp.) จากประเทศคิวบา เจ้าหอยชนิดนี้มีเปลือกที่มีสีสันลวดลายที่ฉูดฉาด โดยทั่วไปมีสีเหลือง มีทั้งที่มีแถบและไม่มีแถบสีคาดรอบเปลือก สำหรับตัวเป็น ๆ ของเจ้าพวกนี้ เชื่อหรือไม่ขอรับว่า สีมันดำสนิท เรียกว่าดำเป็นเหนี่ยงเชียวขอรับ ได้ข่าวว่าในปัจจุบันนี้ก็ห้ามล่าเก็บเจ้าหอยชนิดนี้เพื่อการสะสมด้วยเหมือนกันขอรับ

สำหรับบ้านเรานั้น ก็มีหอยทากสวยงามกับเขาด้วยเหมือนกันขอรับ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มหอยนกขมิ้น ที่เรียกเยี่ยงนี้เพราะว่า หอยพวกนี้มักมีเปลือกในโทนสีเหลืองสด หอยกลุ่มนี้บางชนิด เช่น หอยนกขมิ้นใหญ่ (Amphidromus atricallosus) มีการกระจายที่กว้าง พบได้ทั่วไป ในขณะที่บางชนิดก็มีการกระจายที่แคบ เช่น หอยลายตอง (Amphidromus schomburgki) ในเขตภาคตะวันออก พบที่จังหวัดชลบุรี กับจังหวัดตราดเท่านั้น อ้อ ลืมบอกไปว่าเจ้าหอยพวกนี้เป็นพวกที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า หอยต้นไม้ (tree snails) กล่าวคือ มันจะมีกิจกรรมส่วนใหญ่อยู่บนต้นไม้ ไม่ว่าจะกินอาหาร สืบพันธุ์ วางไข่ พอพูดมาเยี่ยงนี้แล้วไซร้ หลายท่านอาจจะสงสัยว่าแล้วมันจะอยู่แต่ต้นไม้ต้นเดียวทั้งชีวิต ไม่เบื่อแย่ฤา สำหรับข้อสงสัยนี้ก็มีคำตอบขอรับ ปกติเจ้าหอยกลุ่มนี้จะเกาะนิ่ง ๆ ใต้ใบไม้ในเวลากลางวัน และออกหากินเวลากลางคืน ซึ่งเจ้าหอยพวกนี้ก็จะเดินไต่ไปตามใบไม้ กิ่งไม้ ที่นี้เวลาที่มันจะเคลื่อนที่จากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง มันจะรอจังหวะที่ลมพัดแรง ๆ ให้ใบไม้หรือกิ่งไม้ของสองต้นอยู่ใกล้กันมาก ๆ แล้วมันก็จะเดินไต่ข้ามไปขอรับ อย่าได้ดูเบาเจ้าพวกนี้เชียว มักมีอะไรที่เราคาดไม่ถึงเสมอขอรับ

NoNamE :|:
ขอบคุนคับ
จาพยายามอ่านนะคับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป